ตรวจ HIV อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องมีลายเซ็นผู้ปกครองทุกกรณี เพราะแนวทางการตรวจของไทยปี 2568 ยกแนวทางของแพทยสภาไว้ว่าให้คนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงการตรวจเอชไอวี (HIV) โดยไม่จำกัดอายุ และให้ทำขั้นตอนกับผู้ปกครองแทนหากผู้รับการตรวจเข้าใจหรือตัดสินใจเองไม่ได้ ผู้จัดวันตรวจในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยจึงควรออกแบบงานให้นักเรียนได้รับข้อมูลและตัดสินใจเอง แทนการตั้งใบยินยอมผู้ปกครองเป็นด่านแรก

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า เกณฑ์ในแนวทางไทยคือผู้รับการตรวจ “เข้าใจและตัดสินใจเองได้หรือไม่” ไม่ใช่ตัวเลขอายุ และผลตรวจของนักเรียนเป็นความลับของนักเรียนคนนั้น

ภาพนักเรียนชายอายุต่ำกว่า 18 ปีกำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สุขภาพในจุดให้คำปรึกษาเรื่อง HIV ภายในกิจกรรมของโรงเรียน สื่อถึงการเข้าถึงการตรวจอย่างเป็นส่วนตัวและได้รับข้อมูลก่อนตัดสินใจ

ตรวจ HIV อายุต่ำกว่า 18 ปี แนวทางไทยปี 2568 เขียนไว้อย่างไร

แนวทางการตรวจเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 ของกรมควบคุมโรค ยกแนวทางปฏิบัติของแพทย์เกี่ยวกับเอชไอวี พ.ศ. 2557 ของแพทยสภามาไว้ โดยตั้งเป้าให้คนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงการตรวจและรักษาโดยไม่จำกัดอายุ และให้แพทย์ดูแลให้มี 4 เรื่องตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี

  1. การให้คำปรึกษาก่อนตรวจ และ/หรือให้อ่านคำแนะนำ “ข้อควรรู้ก่อนการตรวจการติดเชื้อเอชไอวี”
  2. การขอความยินยอมในการตรวจ
  3. การแจ้งผลต่อผู้รับการตรวจ และการให้คำปรึกษาหลังทราบผล
  4. การรักษาความลับของผู้รับการตรวจ และการแจ้งผลแก่ผู้เกี่ยวข้อง

ถ้าผู้รับการตรวจไม่มีความสามารถในการเข้าใจหรือตัดสินใจในขั้นตอนเหล่านี้ แนวทางให้ทำขั้นตอนดังกล่าวกับผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมแทน ซึ่งหมายถึงบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดที่มีสัมพันธภาพที่ดีและเป็นที่ไว้วางใจของผู้รับการตรวจ ส่วนนี้ไม่ได้ระบุอายุขั้นต่ำ การดูว่านักเรียนคนหนึ่งตัดสินใจเองได้หรือไม่จึงต้องให้ผู้ให้บริการประเมินเป็นรายคน

แปลว่าอะไรสำหรับผู้จัด: อย่าประกาศว่านักเรียนต่ำกว่า 18 ปีต้องมีใบยินยอมผู้ปกครองจึงจะตรวจได้ เว้นแต่หน่วยบริการที่มาตรวจกำหนดเช่นนั้นจริง

ใบยินยอมผู้ปกครองเป็นอุปสรรคต่อการตรวจของวัยรุ่นอย่างไร

องค์การอนามัยโลก (WHO) เขียนในแนวทางบริการตรวจเอชไอวีปี 2567 (ค.ศ. 2024) ว่า อุปสรรคสำคัญบางอย่างของวัยรุ่น คือผู้ให้บริการขาดการฝึกอบรม และนโยบายอายุความยินยอมที่ไม่สอดคล้องกัน WHO สรุปว่ารัฐบาลควรทบทวนและแก้ไขนโยบายอายุความยินยอม โดยยอมรับสิทธิของวัยรุ่นในการตัดสินใจเรื่องสุขภาพของตนเอง

ข้อมูลต่างประเทศช่วยให้เห็นทิศทาง แต่ไม่ใช่กติกาของไทย งานทบทวนนโยบายในแอฟริกาใต้สะฮาราพบว่า ในปี 2562 (ค.ศ. 2019) นโยบายที่กำหนดเกณฑ์อายุชัดเจน 63% (19 จาก 30 ฉบับ) ให้วัยรุ่นอายุ 12–16 ปีตรวจได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมผู้ปกครอง เพิ่มจาก 37% (14 จาก 38 ฉบับ) ในปี 2556 งานนี้ศึกษาตัวนโยบาย ไม่ได้วัดจำนวนวัยรุ่นที่มาตรวจ

Quicky

โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจัดวันตรวจเองได้ไหม ใครต้องอยู่หน้างาน

แนวทางไทยปี 2568 อธิบายว่า ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2547 ผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ที่มีใบอนุญาต ครูหรือเจ้าหน้าที่กิจการนักศึกษาจึงไม่ควรเจาะเลือดหรืออ่านผลเอง

ข้อยกเว้นหนึ่งที่แนวทางยกไว้ คือระเบียบกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ซึ่งให้อาสาสมัครที่อยู่ภายใต้การกำกับขององค์กรภาคประชาสังคมและได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข ให้คำปรึกษา เจาะเลือดจากปลายนิ้ว ตรวจด้วยชุดตรวจแบบง่ายที่รู้ผลเร็ว อ่านผลและรายงานผลได้ ในประชากรเป้าหมายที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือผู้ที่มีเชื้ออยู่แล้ว

ถ้าเป็นสถานพยาบาลที่ออกหน่วยนอกสถานที่ แนวทางไทยระบุว่าต้องแจ้งวัน เวลา สถานที่ และรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ ต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจอนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ยกเว้นกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อควบคุมหรือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อตามกฎหมาย หรือเมื่อได้รับการร้องขอจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งอาจแจ้งรายละเอียดภายหลังการให้บริการได้ แต่ต้องไม่เกิน 5 วัน ตามแบบที่กำหนด

แปลว่าอะไรสำหรับผู้จัด: สถาบันเป็นเจ้าภาพ ส่วนการตรวจเป็นหน้าที่ของหน่วยบริการหรือองค์กรชุมชนที่มีสิทธิตามกฎหมาย ตัวอย่างการแบ่งบทบาทดูได้จากชุดกิจกรรมตรวจ HIV ในพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนชายหาดอย่างไม่ตีตรา

จัดขั้นตอนหน้างานอย่างไรให้นักเรียนตัดสินใจเองได้จริง

แนวทางไทยปี 2568 ยกหลักการ 5C ที่ WHO แนะนำไว้ ตารางด้านล่างแยกสิ่งที่แนวทางเขียน ออกจากข้อเสนอของเราสำหรับงานในสถานศึกษา

หลักการ แนวทางเขียนไว้ว่า ข้อเสนอสำหรับวันตรวจในสถานศึกษา
ความยินยอม (Consent) การตรวจต้องเป็นไปโดยสมัครใจ และผู้รับบริการต้องได้รับข้อมูลก่อนตัดสินใจ ไม่พามาตรวจทั้งห้อง ไม่ผูกคะแนนหรือการเช็กชื่อกับการตรวจ
การรักษาความลับ (Confidentiality) ผลตรวจต้องถูกเก็บเป็นความลับ และไม่เปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งผลในมุมที่คนอื่นไม่ได้ยิน ไม่ส่งรายชื่อหรือผลรายคนให้ครู
การให้คำปรึกษา (Counseling) ควรมีการให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการตรวจ ถามนักเรียนว่าอยากให้ใครอยู่ด้วยไหม
ผลตรวจที่ถูกต้อง (Correct results) ต้องใช้ชุดตรวจที่ผ่านมาตรฐานและยืนยันผลตามแนวทางสากล ให้หน่วยบริการเลือกชุดตรวจและขั้นตอนยืนยันผล
การเชื่อมโยงเข้าสู่บริการรักษา (Connection to care) ต้องมีระบบส่งต่อที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่ตรวจพบเชื้อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตกลงก่อนวันงานว่าผลที่ต้องตรวจยืนยันจะนัดต่อที่ไหน

ถ้าครูหรือผู้ปกครองขอดูผลตรวจของนักเรียน ทำได้ไหม

แนวทางไทยปี 2568 ยกพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ว่า ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่เป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย

แปลว่าอะไรสำหรับผู้จัด: รายงานกลับถึงสถาบันเป็นตัวเลขรวม เช่น จำนวนคนที่ตรวจ ถ้าผู้ตรวจมีน้อย ตัวเลขผลที่ต้องตรวจยืนยันอาจชี้ตัวคนได้ จึงควรตกลงกับหน่วยบริการว่าจะไม่รายงานตัวเลขนี้

Love2Test

ถ้านักเรียนต้องตรวจยืนยันผลหรืออยากมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย ต้องเตรียมอะไร

แนวทางเรื่องเอชไอวีกับวัยรุ่นของ WHO ปี 2556 (ค.ศ. 2013) มีคำแนะนำในหมวดวัยรุ่นที่มีเชื้อเอชไอวีว่า วัยรุ่นควรได้รับคำปรึกษาเรื่องประโยชน์และความเสี่ยงต่อสุขภาพของการบอกสถานะเอชไอวีของตนกับผู้อื่น และได้รับการสนับสนุนให้ตัดสินใจเองว่าจะบอกหรือไม่ บอกเมื่อไร อย่างไร และบอกใคร WHO จัดข้อนี้เป็นคำแนะนำแบบมีเงื่อนไข (conditional) จากหลักฐานคุณภาพต่ำมาก คำแนะนำนี้ใช้กับวัยรุ่นที่ทราบแล้วว่ามีเชื้อ ส่วนผลที่ยังต้องตรวจยืนยันยังไม่ใช่สถานะเอชไอวี

ข้อเสนอสำหรับวันงานคือ ให้ผู้ให้คำปรึกษาถามว่านักเรียนอยากให้ช่วยติดต่อผู้ใหญ่คนไหน โดยไม่ตัดสินใจแทน และถ้าผลต้องตรวจยืนยัน ให้มีคนพาไปถึงนัดครั้งถัดไป ดูหลักการเตรียมเส้นทางส่งต่อเพิ่มได้ในกิจกรรมตรวจ HIV ควรพาคนไปถึงการรักษาต่อเนื่องอย่างไร

ทีมอาสาทบทวนพื้นฐานได้จากคลังความรู้เรื่องการตรวจเอชไอวีของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) ส่วนนักศึกษาที่ไม่สะดวกตรวจต่อหน้าเพื่อน เลือกนัดตรวจเองในวันที่สะดวกได้

สื่อประชาสัมพันธ์วันตรวจควรเขียนเรื่องความยินยอมอย่างไร

  • บอกให้ชัดว่าเป็นการตรวจโดยสมัครใจ และออกจากคิวได้ทุกขั้นตอน
  • บอกว่าผลแจ้งเฉพาะตัวผู้ตรวจ เมื่อตกลงกับหน่วยบริการแล้วจริงเท่านั้น
  • ใส่ชื่อหน่วยบริการ เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองตรวจสอบได้
  • ไม่เขียนเงื่อนไขอายุหรือใบยินยอมที่หน่วยบริการไม่ได้กำหนด

ตัวอย่างข้อความโพสต์: “วันตรวจเอชไอวีที่ลานกิจกรรม ตรวจโดยสมัครใจ มีคนคุยให้ฟังก่อนตรวจ ผลแจ้งเฉพาะคุณ”

ภาพคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจ HIV ของนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี ครอบคลุมการตัดสินใจตรวจ การยินยอมเข้าร่วมกิจกรรม และบทบาทของครูหรืออาสาสมัครในวันตรวจ

Buddy Chat — Love2Test

คำถามที่พบบ่อย

นักเรียนอายุ 15 ปี ตรวจเอชไอวีในวันกิจกรรมโดยไม่บอกพ่อแม่ได้ไหม

แนวทางไทยปี 2568 ไม่ได้ใช้อายุเป็นเกณฑ์ในส่วนนี้ แต่ดูว่าผู้รับการตรวจเข้าใจและตัดสินใจเองได้หรือไม่ ผู้ให้บริการหน้างานเป็นผู้ประเมินเป็นรายคน

ถ้าโรงเรียนมีระเบียบให้ผู้ปกครองเซ็นทุกกิจกรรม ทำอย่างไร

ผู้จัดอาจแยกใบอนุญาตเข้าร่วมกิจกรรม เช่น ฟังบรรยาย ออกจากการตัดสินใจตรวจที่นักเรียนทำกับผู้ให้บริการเป็นการส่วนตัว และตกลงรูปแบบนี้กับหน่วยบริการและฝ่ายบริหารก่อนประกาศ

ครูหรือนักศึกษาอาสาช่วยอะไรได้บ้าง

ช่วยต้อนรับ จัดคิว และแจกสื่อได้ ส่วนการเจาะเลือดและอ่านผลต้องเป็นผู้ที่กฎหมายอนุญาต เช่น นักเทคนิคการแพทย์ที่มีใบอนุญาต

สรุป

วันตรวจเอชไอวีในสถานศึกษาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากใบยินยอมผู้ปกครอง แนวทางไทยปี 2568 ให้ทุกกลุ่มวัยเข้าถึงการตรวจโดยไม่จำกัดอายุ งานของผู้จัดคือหาหน่วยบริการที่ถูกกฎหมาย ใช้หลัก 5C และรักษาความลับของผลรายคน บทความนี้สรุปแนวทาง ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ระเบียบของสถานศึกษาหรือหน่วยบริการอาจกำหนดเพิ่ม ให้ตกลงกับหน่วยบริการก่อนประกาศ

แหล่งอ้างอิง